ตมผุด
พระอาจารย์สงบ มนฺสสนฺโต
เทศน์พระ วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘
ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจฟังธรรม ธรรมะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากังวานมา ๒,๐๐๐ กว่าปีแล้ว วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา สำคัญเพราะเป็นวันมาฆบูชา พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ องค์เป็นพระอรหันต์ นี่คือผลงานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นการยืนยันว่ามรรคผลนิพพานมีอยู่
สาวก สาวกะ ผู้ได้ยินได้ฟัง มีอำนาจวาสนาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติถึงที่สุดแห่งทุกข์ได้เป็นสัจจะเป็นความจริง ใครจะมีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหนมันจะมีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา ศรัทธา อจลศรัทธา
กึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง
หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านมาฝึกหัดปฏิบัติ ประกาศธรรม ประกาศสัจธรรมในพระพุทธศาสนา ประกาศธรรมๆ ไง ฟังธรรมๆ ธรรมะ จากใจดวงหนึ่งสู่ใจดวงหนึ่งไง ใจดวงนั้นน่ะถ้ามีสัจจะมีความจริงแล้วมันไม่มีลังเลสงสัย มันไม่มีเออๆ อาๆ
มันออกมาจริงๆ มันจริงตามความเป็นจริงอันนั้น
ความจริงอันนั้นมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
ความจริงนั้นมันเกิดขึ้นมาจากตบะธรรม เกิดมาจากการวิธีฝึกหัดปฏิบัติ เกิดมาจากข้อเท็จจริงในหัวใจดวงนั้น ถ้าหัวใจดวงนั้นไม่มีข้อเท็จจริงอันนั้น มันจะเกิดความจริงขึ้นมาได้อย่างไร
ถ้าเป็นความจำๆ ความจำโลกนี้มีตลอด ก็มีอยู่แล้ว เป็นตำนาน เป็นตำนานๆ ตำจนว่าเข้าใจว่าเป็นตำนาน แล้วตำนาน มุขปาฐะ
ชาวเขานะ เวลาเขาถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของเขาด้วยเนื้อเพลง มุขปาฐะ เป็นพันๆ ปีมันยังมาได้ ไอ้ของเราล่ะ สิ่งที่ยินได้ฟังมา ได้ยินได้ฟังมาแล้วเป็นความจริงไหม
ถ้าเป็นความจริงๆ ไง ถ้าความจริง ความจริงเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของตน
มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนาไง เราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นความจริงในหัวใจของตน ถ้าเป็นความจริงในหัวใจของตนนะ ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโก
เวลาทางวิชาการนะ มันยิ่งใหญ่นะ อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ตนสำคัญมากนะ
พระกรรมฐานทำสมาธิเป็นเขาก็รู้แล้ว พระกรรมฐาน ครูบาอาจารย์ ข้อวัตรปฏิบัติขึ้นมาเป็นเครื่องอยู่ของใจ ถ้าใจมีเครื่องอยู่แล้ว มันอยู่สุขอยู่สบายของมันน่ะ แล้วถ้ามันมีของมัน ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
โอ้โฮ! มันยิ่งใหญ่ มันเป็นความมหัศจรรย์ ทำการวิจัย ๓ ชาติ ๔ ชาติอยู่นั่นน่ะ ไม่มีวันจบ
กรรมฐาน หายใจเข้านึกพุธ หายใจออกนึกโธ ทำความสงบของใจเข้ามาเท่านั้นแหละ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ถ้าตนมันยังพึ่งตนเองไม่ได้แล้วมันจะพึ่งสิ่งใด
มันก็พึ่งบุญและบาปนี่ไง
สิ่งที่เป็นอยู่นี่ เป็นอยู่นี่เพราะว่าเรามีบุญอำนาจวาสนา เราถึงได้มาเกิดเป็นคนไง แล้วถ้าเกิดตกนรกอเวจีไหม้แล้วไหม้เล่า เผาแล้วเผาเล่า ทุกข์แล้วทุกข์เล่า แต่ไม่ตาย ไม่ตายหรอก ไฟบรรลัยกัลป์มันเผาอยู่อย่างนั้นน่ะ ไอ้นี่มาเกิดเป็นมนุษย์ไง ๑๐๐ ปี กิเลสก็เผาอยู่อย่างนี้ เผาให้มันร้อนๆ อยู่อย่างนี้
ถ้ามีอำนาจวาสนาขึ้นมา เห็นไหม สิ่งที่ว่าผลของวัฏฏะๆ การเกิดเป็นมนุษย์ เราเกิดจากพ่อจากแม่ เราก็มีอำนาจวาสนา ถ้าพ่อแม่ พ่อแม่เป็นมิจฉาทิฏฐินะ ไม่สนใจเรื่องอย่างนี้เลย แล้วไม่ให้มาทำเรื่องอย่างนี้ด้วย ถ้าเป็นทางโลกต้องขยันหมั่นเพียร ต้องทำสิ่งใดแล้วประสบความสำเร็จในชีวิต นั่นถึงจะเป็นยอดมนุษย์ไง ถ้ามนุษย์มาบวชเป็นพระ เป็นผู้ท้อแท้ เป็นบุคลากรที่เสื่อมสภาพ ไม่จริงไม่จังไง
แต่ถ้าคนมีอำนาจวาสนานะ ยิ่งครูบาอาจารย์ของเรานะ เอ็งจะเก่งกล้าสามารถแค่ไหนนะ ถ้ายังไม่ภาวนาอย่าเพิ่งคุย
ไอ้ของเราน่ะ ภาวนาสมัครเล่นไง นั่ง นั่งแช่ นั่งเอาความพอใจของตน แล้วนั่งไปตามกิเลสมันบงการ ไร้สาระ ยังไม่ได้ภาวนาอย่าเพิ่งคุย เวลากิเลสมันปลิ้นมันปล้อน มันหลอกมันลวง มันล่อไปตายเลย มันเอาชีวิตมึงไปสิ้นสุดเลย เพราะอะไร เพราะอยู่ในอำนาจกูดีกว่าปล่อยให้มึงเห็นธรรม มันเอามึงไว้ในอำนาจ มันไม่มีทางออกหรอก
แต่เพราะมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะมีครูบาอาจารย์ของเราไง เวลาประพฤติปฏิบัติขึ้นมา เวลาเข้าเผชิญหน้ากับกิเลส เวลาจะพิจารณาของมัน มันมหัศจรรย์ขนาดไหน
แล้วมหัศจรรย์ขนาดไหน ทำไมมีสติ มหาสติล่ะ ทำไมมีปัญญา มหาปัญญาล่ะ
เออ! ปัญญาๆ ปัญญาของกูก็ปัญญาอย่างนี้ ก็ปัญญาแบบโลกๆ นี่ปัญญา
แต่ถ้าเป็นภาวนามยปัญญานะ มันมีปัญญา มหาปัญญา ปัญญาอัตโนมัติ ปัญญามหัศจรรย์ โอ้โฮ! บุคคล ๔ คู่ บุคคล ๔ คู่ ความมหัศจรรย์มันแตกต่างกันไป ถ้ามันแตกต่างกันไป ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันจะเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาเพื่อเป็นปัจจัตตัง สนทิฏฐิโก ถ้ามันรู้จริงเห็นจริงของมันขึ้นมา มันจะเป็นความมหัศจรรย์ของมันไง
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ถ้าวันสำคัญพระพุทธศาสนา เพราะมันเป็นผลไง มันเป็นวิบาก เกิดจากการกระทำ เกิดจากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคี่ยวกรำมา
ฝึกหัดปฏิบัติมา ย้ำคิดย้ำทำ มันเป็นอย่างไร มันข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร มันจริงหรือมันเท็จ ถ้ามันเท็จ ทำไมไม่ตรวจสอบ
ถ้ามันตรวจสอบขึ้นมา เห็นไหม ถ้ามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา มันก็มีความพอใจของมัน มีการกระทำของมันที่ดีงาม นี่มีศรัทธาความเชื่อไง
เวลาน้ำ ศรัทธา น้ำหลาก เวลาน้ำลด ตอมันผุด น้ำหลาก โอ้โฮ! มหัศจรรย์ เวลาน้ำลด ไปไหนไม่ได้
เวลามาทางเรือ มันคาอยู่นั่นน่ะ เรือมันเกยตื้น มันไปไม่รอดหรอก แล้วถ้ามันตอผุด ถ้าไปไม่เป็น มันก็ทิ่มทะลุเรือนั่นน่ะ
เวลาหินโสโครก เวลากัปตันเรือเขาต้องรู้เส้นทางน้ำ เส้นทางเดินเรือ ถ้าไม่อย่างนั้นมันไปชนหินโสโครก แล้วเวลามันเดินเรือ เวลาพายุ พายุมันกระหน่ำเข้ามา มันบังคับบัญชาอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น
ศรัทธาของคน กิเลสตัณหาความทะยานอยากมันโหมกระหน่ำเข้ามา มันทรงตัวได้อย่างไร แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมามันเอาผลงานอะไรของมันขึ้นมา
ถ้าเป็นทางโลกๆ ผู้ชำนาญการทำงาน ๑๐ ปี ๒๐ ปี ผู้ชำนาญการ ไอ้นี่มึง ๑๐๐ ปีด้วย ชำนาญการ ชำนาญการอะไร
ถ้าเป็นจริง ขิปปาภิญญา ผู้ปฏิบัติง่ายรู้ง่าย ปฏิบัติง่ายรู้ยาก ปฏิบัติยาก ยากๆๆ ยากแสนยากแต่รู้ง่าย ปฏิบัติยากแสนยากรู้ยาก นี่มันอยู่ที่จริตนิสัย ไม่ใช่อยู่ที่สถิติจดไว้ จดไว้เลยนะ ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี ภาวนามา ๑๐๐ พรรษานู่นน่ะ ๑๐๐ พรรษายังเข้าใจธรรมะหรือเปล่า มันอยู่ที่อำนาจวาสนาของใคร
ไอ้นี่มันทางโลกหรอก ทำมากี่ชั่วโมง ก้าวย่างก้าวมากี่ก้าว
ครูบาอาจารย์เรานะ เดินรอบโลก ๔–๕ รอบ เดินจงกรมเดินทั้งวันทั้งคืน เดินตลอดเวลา ไม่เห็นมีเอาสถิติอะไรมาอวดใคร ถ้าเอามาอวดนะ เดินรอบโลก ๕ รอบ เดินไปเดินมานี่
แล้วทางโลกมันยิ่งต่ำต้อยไง “เดินหาเศษตังค์หรือ เดินหาอะไร”
ก็เหยียดหยามโดยกิเลสอย่างพวกมึงไง มันทำแล้วมันถึงไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันไง
ถ้าเป็นชิ้นเป็นอัน เดินจงกรมบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลวงปู่ขาว มันเป็นประวัติศาสตร์ หลวงปู่ขาวเป็นพระอรหันต์ มีเส้นทางจงกรม ๓ เส้น เดินทั้งวัน บูชาพระพุทธ บูชาพระธรรม บูชาพระสงฆ์ วิหารธรรม มีความสุขอยู่ในการเดินจงกรม มีความสุขกับนั่งสมาธิภาวนา โดยพระอรหันต์นะ ไม่ได้ฆ่ากิเลสเลย เพราะกิเลสมันตายหมดแล้ว กิเลสไม่มากวนไง สุขสบาย อยู่โดยวิหารธรรม
ไอ้ของเรากิเลสเต็มหัวใจ กิเลสเต็มหัวอก เวลาจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติมันต้องเป็นอิสรภาพ ต้องเป็นการเป็นสัมมาสมาธิ เป็นอิสรภาพที่ได้ฝึกหัดปฏิบัติธรรม
ปฏิบัติโดยกิเลส “สมถกรรมฐานไม่มีประโยชน์ แก้กิเลสไม่ได้”
มึงภาวนาไป ภาวนาจนตาย ตายแล้วเกิดใหม่มาภาวนาต่อ เป็นไปไม่ได้ เพราะอะไร
มรรค ๘ สมาธิชอบ สมาธิชอบ สติชอบ ปัญญาชอบ ความชอบธรรมอันนั้น ถ้ามันไม่ชอบธรรมมันจะไปไหน มันก็บูชากิเลสไง บูชากิเลสมันก็บูชาอยู่นั่นไง
นี่ไง เวลาตอมันผุดไง มันทิ่มเอาเรือ เรือแตกเลย ถ้าเป็นน้ำลด มันก็เกิดโคลนตม แล้วเกิดโคลนตมขึ้นมามันก็เกิดเกยตื้น เวลาวาฬทั้งฝูงเลยนะ มันหลงทิศ แล้ว ๑๐๐ ตัวนะ เกยตื้นตายหมด ไอ้นี่ปฏิบัติเกยตื้นไง
วันสำคัญพระพุทธศาสนา เรามีสติมีปัญญาระลึกได้ แล้วเวลาฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมาจะมากจะน้อยไม่สำคัญ สำคัญว่าชัดเจนไหม สำคัญว่านี่คืออะไร ที่เป็นอยู่นี่
ถ้าเป็นสมาธิ สมาธิเป็นอย่างนี้หรือ สมาธิในตำราเป็นอย่างไร แล้วสมาธิของเราเป็นอย่างไร แล้วสมาธิหลวงปู่มั่นเป็นอย่างไร แล้วสมาธิของครูบาอาจารย์ที่เป็นสัมมาทิฏฐิถูกต้องชอบธรรมเป็นอย่างไร
อภิธรรมมันบอกเลย “ไอ้สมถะๆ มันแก้กิเลสไม่ได้ แก้กิเลสไม่ได้”
แล้ววิธีการแก้กิเลสได้ทำอย่างไรล่ะ ก็รู้ตัวทั่วพร้อมอยู่อย่างนั้นใช่ไหม ไอ้นั่นปัญญาของใคร สัญญาทั้งนั้น จำมาทั้งนั้น ความจำๆ มันจะเป็นความจริงขึ้นมาได้อย่างไร
มันเป็นความจริงขึ้นมาได้ ดูสิ ดูทำความสงบของใจสิ ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ สมาธิระดับไหน
สมาธิจิ่มๆ นั่นน่ะ ขณิกสมาธิ อุปจาระมันสงบแล้วมันจะออกอาการ มันจะรับรู้ของมันนั่นน่ะ มันจะรู้เห็นของมัน อัปปนา โอ้โฮ! สงบสุข อัปปนาแก้กิเลสไม่ได้
อัปปนาสมาธิ รวมใหญ่ รวมใหญ่ สักแต่ว่าปรากฏ สักแต่ว่าปรากฏจะไปแก้ไขอะไร แก้ไขอะไรไม่ได้ แต่มีกำลัง มีความปกติสุข คลายตัวออกมาเป็นอุปจาระ
อุปจาระ เห็นไหม เพราะมีสมาธิกับสิ่งที่รู้ ถ้ามีสมาธิกับสิ่งที่รู้ สิ่งที่เกิดจากจิต สิ่งที่เป็นกิเลส ถ้ามันจะรู้ของมัน รู้อย่างไร
ถ้ามันรู้ของมัน ถ้ารู้ตามความเป็นจริงขึ้นมา ถ้ามันฝึกหัดๆ ถ้ามันฝึกหัดใช้ปัญญาเป็น ฝึกหัดใช้ปัญญาได้ มันจะรู้เลยปัญญาเป็นอย่างไร แล้วมันจะสังเวช แล้วไม่ต้องไปรู้ไปโต้ไปแย้งกับใครทั้งสิ้น
ปริยัติ ปฏิบัติ โลกียะ โลกุตตระ ไม่ต้องไปโต้แย้งกับใครทั้งสิ้น เรารู้หมดล่ะ ถ้าไม่รู้ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอะไรผิดอะไรถูก
ไอ้ที่ผิดๆ แล้วว่าถูกนั่นแหละ นั่นน่ะมารทั้งนั้นน่ะ เวลามันถูกขึ้นมา โอ้โฮ!
ฉะนั้นถึงว่า ถ้ายังไม่ได้ภาวนาไง
ถ้าเป็นสังคมทางโลก ถ้าเขาทำสิ่งใดมีประสบความสำเร็จทางโลกมันจะยิ่งใหญ่ ไอ้พวกนี้ตัดช่องน้อยแต่พอตัว ออกบวชออกประพฤติปฏิบัติ ไอ้พวกนี้ไอ้คนไม่มีค่า
ใครๆ ก็อยากจะสิ้นทุกข์นะ เวลาศึกษาค้นคว้าขึ้นมา ทุกคนศึกษาค้นคว้าได้ทางวิชาการ แล้วอย่างน้อยกิเลสมันก็กัดกินหัวใจอยู่ตลอดเวลา แล้วสิ่งที่มันสิ้นทุกข์มันเป็นอย่างไรวะ ไอ้วิมุตติสุขๆ มันเป็นอย่างไรวะ ไอ้สุขอย่างนั้นกูอยากจะรู้จริงๆ อยากจะเป็นให้ได้ แล้วพยายามเป็น ตอนนี้เอาแล้ว แต่งเรื่อง สร้างเรื่อง สร้างวีรกรรม สร้างการกระทำ มันก็แตกแขนงไปร้อยแปดพันเก้า
เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัตินะ หลวงปู่มั่นท่านก็ออกค้นคว้าของท่านเต็มที่ของท่าน แต่เวลาท่านถึงที่สุดแห่งทุกข์แล้ว นิกายมันก็แค่ชื่อ ไก่มันยังมีชื่อเลย นิกาย ธรรมยุต มหานิกาย มันก็แค่ชื่อ ถ้าคนทำความเป็นจริงเข้าสู่มรรคสู่ผล มันก็เข้าสู่มรรคสู่ผลได้เหมือนกัน มันก็แค่ชื่อ
แต่ก่อนแค่ชื่อ ไปบิณฑบาตที่ไหนก็ไม่ได้นะ อุบลฯ เข้าไม่ได้เลย หลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นหนีจากอุบลฯ มาเพราะอะไร ออกมาทางสกลฯ ออกมาหนองคาย ใครไล่มา มีเหตุการณ์อะไร นี่เวลาประพฤติปฏิบัติเจียนตาย แต่เวลาถึงที่สุดแล้วนะ มันก็แค่ชื่อ มันก็แค่ชื่อ
แต่แค่ชื่อ ต่อเมื่อสังคมยอมรับ แต่เมื่อมันเป็นสัจจะความจริง แล้วมันก็แค่ชื่อ เพราะอะไร เพราะหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นวิมุตติสุข มันสุขเหนือโลก เหนือวัฏฏะ เหนือสงสาร แล้วเป็นความสุขที่แท้จริงที่ใครก็มาแย่งชิงอะไรไม่ได้ ใครมาจะมาเกาะแกะวอแว มันเป็นไปไม่ได้ มันคนละหัวใจ มันคนละความรู้สึก มันเข้ากันไม่ได้ ตามอย่างไรก็ไม่เจอ
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง เวลาลูกศิษย์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสิ้นกิเลสไง แล้วสิ้นชีวิตไป มารมันค้นคว้าค้นหาใหญ่เลย
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า “มาร มาร มารไม่ต้องหาหรอก ไม่เจอ หาอย่างไรก็ไม่เจอ ไม่มีหรอก”
เพราะอะไร เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสดา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นคนยืนยันว่านี่เป็นพระอรหันต์ แล้วสิ้นชีวิตไป แล้วมารมันยังตามหาอยู่ ไล่ล่าอยู่ ไล่ล่าไปเถอะ ไล่ล่าให้เต็มที่ก็ไม่เจอ
เห็นไหม พูดถึงถ้าหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านประพฤติปฏิบัติถึงที่สุดแห่งทุกข์ไง มันก็แค่ชื่อ เวลามันสิ้นทุกข์มันก็แค่ชื่อ แต่เวลาก่อนที่มันจะแค่ชื่อ เราต้องฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ
เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ ถ้าล้ำหน้าเขาไป เขาก็ไม่ชอบขี้หน้า ถ้าทำสิ่งใดที่เหลวไหล เขาก็เหยียดหยาม ทำอย่างใดที่ให้มันเป็นข้อเท็จจริง เขาก็ไม่เชื่อ ไม่มีใครเชื่อหรอก ไอ้นั่นมันแค่มารยาท มันแค่กิริยา ใครเชื่อใคร ใครลงใคร ใจเรายังลงใจเราเองไม่ได้ ใครจะลง ความเป็นจริงในใจไม่เกิด อะไรมันจะเกิด
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ให้มันจริงให้มันจังขึ้นมา
เวลาตอมันผุด มันทิ่มมันตำนะ แต่ถ้าเราเป็นความจริงขึ้นมา มันผุดขึ้นมา จับ ศึกษาค้นคว้าก็ศึกษาค้นคว้ากิเลสของตน ถ้าเห็นกิเลสของตนเมื่อไหร่ วันนั้นน่ะมันจะเห็นคุณค่า
เห็นคุณค่าตรงไหน
เห็นคุณค่าที่ทุ่มเทมาขนาดนี้ ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติมาขนาดนี้ มันพาอีลุ่ยฉุยแฉกออกนอกลู่นอกทาง แล้วพาออกนอกลู่นอกทางนั้นมันคืออะไรล่ะ
นี่ไง วันเวลามันกลืนกินสัตว์ไปทั้งนั้น เวลาและสายน้ำล่วงไปแล้วกลับคืนมาไม่ได้ เวลาที่มันผ่านไป ๗ วัน ๗ เดือน ๗ ปี ครูบาอาจารย์ของเราท่านตั้งสัจจะเลย ต้องประพฤติปฏิบัติขึ้นมาให้เป็นจริงเป็นจังขึ้นมาให้ได้
ถ้าไม่เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา หัวใจดวงนี้ไว้ใจมันได้ไหม พรุ่งนี้ก็คิดอย่างหนึ่งนะ วันนี้มันคิดร้อยแปดพันเก้า พรุ่งนี้มันไปอีกแล้ว
ตอนนี้ แหม! นักรบ ยอดเยี่ยม เวลามันเสื่อมนะ แล้วมัน สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา สิ่งใดเจริญแล้วเสื่อมหมด เว้นไว้แต่อกุปปธรรม นิโรธ ขณะดับทุกข์แล้วจบ นั่นน่ะอกุปปธรรม นั่นไง อกุปปธรรมคือไม่เจริญและไม่เสื่อม คงที่ตายตัวของมันโดยสัจธรรมอันนั้น แล้วสัจธรรมอันนั้นโดยนามธรรม
ดูสิ มีแร่ธาตุ มีสิ่งใดบ้างที่คงที่ตายตัวในโลกนี้มีไหม ไม่มีอะไรเลยแม้แต่การเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ แม้แต่เทวดา อินทร์ พรหมยังต้องเกิดต้องตาย มันมีอะไรคงที่บ้าง ในวัฏฏะนี้มีอะไรคงที่ มีอะไรแน่นอน มีอะไร
แต่ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมานะ อกุปปธรรมนี่ไง พ้นจาก สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา นอกนั้นไม่มีอะไรคงที่หรอก แล้วเจริญแล้วเสื่อมตลอดเวลา
แล้วมันจะอยู่ได้ อยู่ได้ด้วยสติปัญญา ด้วยความเพียรของตน ด้วยการวินิจฉัย ด้วยการวินิจฉัยว่าอะไรผิดอะไรถูก ด้วยการวินิจฉัยว่ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป ด้วยการวินิจฉัยว่าอะไรเป็นทางสายกลาง แล้วเวลาถ้ามันสมุจเฉทปหาน เวลาขณะที่มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นจากอะไร
มรรคสามัคคี
มรรค มรรคมันสามัคคีกันได้อย่างไร มรรค มรรคมันสมุจเฉทปหานตรงไหน อะไรที่มันสมุจเฉท อะไรที่มันจะปหาน แล้วมันปหานอะไร มันต้องปหานอะไร อะไรให้มันปหาน
ก็มันปหานสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสไง ปหานหลานของมารนะน่ะ ไปนี่เป็นลูกของมันนะ แล้วพ่อแม่มัน กองทัพความโลภ ความโกรธ ความหลงนั่นน่ะ แล้วไปเจ้าวัฏจักรนั่นน่ะ นั่นน่ะพ่อมันเลย นั่นน่ะพญามารเลย
แล้วรู้เห็นอย่างไร แล้วไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนาให้มันสำคัญ ถ้ามันสำคัญที่หัวใจของเรา
เราบวชมานะ มันก็มีบุญอยู่ ไปเจอหมู่คณะที่ดีงามไง วันพระวันโกนเนสัชชิก ธรรมดาก็ประพฤติปฏิบัติอยู่แล้ว ยิ่งวันพระวันโกนใส่กันเต็มที่ แล้วเรื่องโลกไม่เกี่ยว อยู่ด้วยกัน ไม่สนใจ เข้าทางจงกรม บุกเข้าไปเต็มที่ ภาวนาอย่างเดียว ภาวนาอย่างเดียวเพราะอะไร เพราะหมู่คณะที่ดีไง
ถ้าหมู่คณะที่ไม่ดีนะ คนหนึ่งอ่อนแอนะ คนหนึ่งชักนำให้ดีนะ มันทำให้วงแตกไง มันก็ไปองค์เดียว นอแรด
เอาให้จริงให้จัง ให้จริงให้จังของเรา มันจะทุกข์เจียนตายขนาดไหน แล้วจิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ เอ็งไม่เคยเกิดทุกข์ ขี้ทุกข์ขี้ยากหรือ เอ็งไม่เกิดที่ว่าประณีตดีงาม ไม่เคยเกิดหรือ มันไม่ต้นไม่มีปลายนะ เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ทุกดวงใจมีบุญมีบาปมาด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
แล้วเวลากึ่งกลางพระพุทธศาสนา ศาสนาจะเจริญอีกหนหนึ่ง เราได้มาเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ถึงจะไม่เห็นหลวงปู่มั่น แต่ร่องรอยก็มีอยู่ ร่องรอยลูกศิษย์ลูกหาของท่าน ครูบาอาจารย์ที่ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ รุ่นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่นมี แล้วลูกศิษย์หลวงปู่มั่นเยอะแยะ แต่ที่มีที่ดีงามมันเข้ากับเราได้ไหม ธาตุของเรานี่ ธาตุของเราเข้าไม่ได้อีก
ชอบสำมะเลเทเมา ชอบ ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นพาระหกระเหินไป เป็นคณะละครน่ะชอบ ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นพาเข้าป่าเข้าเขาไม่มีใครเอา ครูบาอาจารย์พาให้ฝึกหัดปฏิบัติไม่ชอบ
ภาษาเรานะ ทางวิชาการ ครูบาอาจารย์พาให้ทดสอบทางวิทยาศาสตร์ สิ่งที่ดีงามทั้งนั้น
ครูบาอาจารย์พาออกไปหามวลชนอย่างนี้ เพื่อจะทดสอบทางวิทยาศาสตร์ ชอบ แต่เวลาเข้าห้องแล็บเพื่อจะทดสอบทางวิชาการ ไม่เอา มันก็วัดค่าของบุญบาปของคนไง
ถ้าคนมันมีบุญมีกุศลนะ ปัจจัตตัง สนฺทิฏฺฐิโก อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ใครมันจะช่วยเหลืออะไรเราได้ เวลาทุกข์ ทุกข์เจียนตาย ได้ก็แค่ปลอบ เวลาเราทุกข์ เราก็ทุกข์ของเรา เวลาเราแก้ไขทุกข์ เราก็แก้ไขของเรา ถ้ามันแก้ไขไม่ได้ ข้างหน้าหนักกว่านี้ ข้างหน้ามาอีก
สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา เกิดดับๆ อยู่อย่างนั้นน่ะ เดี๋ยวก็ไปเดี๋ยวก็มาอยู่อย่างนั้นน่ะ แล้วสิ้นไร้ไม้ตอก ไม่มีหนทางใดต่อต้านมันใดๆ ทั้งสิ้น เวลามีศรัทธาความเชื่อก็ยังรักษาพรหมจรรย์ของตนได้ เวลาอีลุ่ยฉุยแฉกมันทิ้งมันขว้าง เป็นบาปเป็นกรรมทั้งนั้นน่ะ
ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา ฟื้นฟูขึ้นมา ฟื้นฟูขึ้นมาแล้วฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของเราขึ้นมาให้ได้ ไม่สนใจใครทั้งสิ้น ฟ้าจะถล่มทลายไม่สนใจ พุทโธอย่างเดียว พุทโธอย่างเดียว โลกจะแตกเรื่องของมึง ถ้าตาย กูก็ตายด้วย ถ้ากูไม่ตาย กูก็พุทโธอยู่นี่
ไอ้นี่ไม่อย่างนั้นน่ะ อะไรไหวหน่อยเดียวไปกับเขาหมดเลย ตื่นไปกับโลกเขา
ก็เอ็งสละโลกมาบวชไม่ใช่หรือวะ แล้วเอ็งจะไปตื่นอะไรกับเขาอีก ก็เอ็งเห็นโทษของมันแล้วเอ็งก็สละมา พอสละมาบวชเป็นนักรบดันไม่รบกับกิเลส สั่นไหวไปกับสังคม สังคมมันมีอะไร
ทางฆราวาสเป็นทางคับแคบ หน้าที่การงานเขามากมายมหาศาล
ทำไม
ก็ต้องหาปัจจัยเครื่องอาศัยดำรงชีวิตไง
เรามาบวชเป็นพระ ด้วยบุญด้วยกุศลขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเช้าบิณฑบาตเลี้ยงชีพ เลี้ยงชีพด้วยปลีแข้งของตน เจ็บไข้ได้ป่วย น้ำมูตรเน่าไง ถ้าเอ็งดำรงชีวิตอย่างนี้ได้ สังคมเขาสาธุนะ เขาไม่สนใจเลย เขาดูแลเต็มที่เลย
แต่อยากจะได้ดังใจของตนไง อยากจะให้เขาเชิดชูบูชาไง นี่ไง ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นไง ครูบาอาจารย์ที่ดีงามต้องการต่อสู้กับกิเลสตัณหาความทะยานอยากของตนด้วยความเพียรชอบ ไม่ชอบ ไอ้ที่ว่าไปแสวงหาศรัทธาเพื่อจะมาส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติ ชอบ ไอ้คนโน้นก็ แหม! ส่งเสริมพระปฏิบัติ พระปฏิบัติเขาจะปฏิบัติกันแล้ว เราต้องมีปัจจัย ๔ เพื่อส่งเสริมท่าน
ชอบ ชอบอย่างนั้นน่ะ ไอ้ที่ปฏิบัติจริงๆ มันไม่เอา ไอ้พวกส่งเสริมน่ะชอบ
ทางฆราวาสเป็นทางคับแคบ เวลาปฏิบัติเขาน้อย เขาน้อยเนื้อต่ำใจ เราเสียสละมาแล้ว เป็นนักรบแล้ว ทำไมจะต้องไปทำหน้าที่อะไรอีก หน้าที่ของตนการฝึกหัดปฏิบัติไง
นี่ไง ถ้ามีศรัทธา ศรัทธาเชื่อมั่นในพระพุทธศาสนา ถ้าอจลศรัทธานะ จบ ไม่หวั่นไม่ไหวใดๆ ทั้งสิ้น
แล้วถ้าน้ำมันลดไง เรามีความเพียร ความวิริยะ ความอุตสาหะ โดยธรรมชาติของมัน น้ำมันก็ระเหยไปโดยธรรมชาติของมัน ถ้ามันระเหยไปนะ สิ่งที่น้ำมันยุบยอบลง สิ่งใดที่มันมีอยู่ เห็นหมด นี่ถ้าเห็น
แล้วถ้าไม่เห็นล่ะ เวลาน้ำท่วมมาไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เวลาน้ำขึ้นมา เราก็ใช้ทางน้ำเป็นทางการคมนาคม ใช้ทางน้ำนั้นเป็นสัมมาหาเลี้ยงชีพ
แต่ถ้ามีศรัทธาความเชื่อล่ะ เราก็พาชีวิตเราให้ดีงามของเราได้ นั่นมันเป็นความดีงาม บุญและบาป ทางสายกลางในพระพุทธศาสนา ถ้ายังไม่ได้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติ เป็นไปไม่ได้ ถ้ายังไม่มีมรรค ๔ ผล ๔ มันเป็นไปไม่ได้
ถ้ามันเป็นไปได้ มรรค ๔ ผล ๔ เกิดอย่างไร
ทางวิชาการน่ะแจ้วๆๆ เลย สาธุ ธรรมวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เอ็งทำอะไรไม่เป็นแล้วกันแหละ
ถ้าเอ็งทำอะไรเป็น เงียบ สาธุ ศาสดาคือศาสดา เคารพบูชา แต่ความจริงที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนารื้อสัตว์ขนสัตว์ รื้อหัวใจของสัตว์โลก หัวใจดวงนั้นมันได้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาหรือไม่
ถ้ามันฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมานะ แค่ทำความสงบของใจเข้ามา สัมมาสมาธินั่นน่ะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน มันรู้แล้ว มันรู้ แต่ความรู้มันก็โดนกิเลสครอบงำ รู้ขณะที่มันเป็นสมาธิไง เวลามันออกสมาธิแล้วก็จบ เพราะทำสมาธิอีกไม่ได้ ไอ้พวกที่ทำสมาธิๆ มันได้ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นแหละ มันชำนาญในวสีมันหาที่ไหน
ถ้ามันชำนาญในวสีแล้วมีสติปัญญาขึ้นมา มันจะไปเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง ถ้ามันเห็นสติปัฏฐาน ๔ ตามความเป็นจริง มันจะเห็นกิเลส แล้วถ้าเห็นกิเลส โอ้โฮ! มันน่ากลัวนะ มันน่ากลัว กว่าจะรู้กว่าจะเห็น แล้วถ้ารู้ถ้าเห็นได้ โอ้โฮ!
ถ้ารู้ถ้าเห็นแล้ว เอาแล้ว งานเกิดแล้ว แล้วถ้างานเกิดแล้วนะ มันจะต้องกลับมาทำสมถะให้มั่นคงขึ้น ทำสัมมาสมาธิให้ดีขึ้น เพราะอะไร
เพราะสัมมาสมาธิมันเป็นบาทเป็นฐาน ถ้ามันน้อมไปเห็นกาย เห็นเวทนา เห็นจิต เห็นธรรมตามความเป็นจริง แล้วมันพิจารณาของมันไปนะ เวลาปัญญามันหมุน มันติ้วๆ ขึ้นมา โอ้โฮ! มันเป็นความมหัศจรรย์ มันเป็นงานที่มหัศจรรย์ที่ใจดวงนี้ไง นี่คือภาวนามยปัญญา
ดูสิ หลวงตาพระมหาบัวท่านบอก ท่านเรียนมหา เรียนมาจนสมองทื่อ เรียนมานี่จำจนหัวสมองมันไม่จำ เวลานี่เป็นโลกียปัญญา ปัญญาเกิดจากการศึกษา เวลามันเกิดภาวนามยปัญญาที่ว่าหมุนติ้วๆ มันเกิดจากตำราเล่มไหน
ท่านก็เป็นมหา เวลาเป็นมรรคเป็นผลขึ้นมาบอกว่า ในตำราไม่มี
ในตำราไม่บอกเรื่องนิพพานนะ บอกแต่เหตุการทำถึงนิพพาน ในตำราบอกแต่เหตุ บอกถึงมรรค ๘ เพราะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ฉลาดไง
ถ้าบอกนิพพานเป็นอย่างนั้นๆๆ นะ โอ้โฮ! เดี๋ยวนี้มันจะเกิดนวนิยายธรรมะอีกมากมายมหาศาล
แล้วเวลามันเป็นนิพพาน เป็นอย่างไร
เวลาเป็นนิพพาน ถ้าเหตุ ถ้าเอ็งบอกเหตุได้ถึงที่สุดไง เออ! กูฟัง เอ็งจะเป็นพระอรหันต์ เอ็งจะมีความสามารถขนาดไหน สาธุ เชิญตามสบาย
ในจินตมยปัญญามันไปได้ร้อยแปดพันเก้า ผลของวัฏฏะ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไม่มีต้นไม่มีปลาย ไม่มีขอบเขต เอ็งจะไปทางไหนก็ได้ เชิญตามสบาย
แต่ถ้าเป็นมรรคเป็นผล ครูบาอาจารย์มี มรรค ๔ ผล ๔ มี มันเป็นมรรคเป็นผลอย่างไร ถ้าเป็นมรรคเป็นผลอย่างไร แล้วถ้าระหว่างลูกศิษย์กับครูบาอาจารย์เวลาแก้ไขกันไง เวลาแก้ไขกัน เวลาโต้แย้งกัน มันต้องผิดคนหนึ่งอยู่แล้ว แล้วถ้าถูกคืออะไร
เวลาหลวงปู่เสาร์ หลวงปู่มั่นท่านทดสอบมาตลอด ทดสอบเพราะต้องการความจริงไง
นี่ไง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์ พระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์สงสัยในพระพุทธเจ้าหรือไม่ พระพุทธเจ้าสงสัยในพระอรหันต์ ๑,๒๕๐ องค์หรือไม่ ถ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่พยากรณ์ว่านี่เป็นพระอรหันต์ๆๆ ทั้งหมด มันจะสงสัยกันได้อย่างไร ถ้ามันไม่มีความสงสัยกัน มันไม่สงสัยกันเพราะอะไร
นี่ไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงธัมมจักฯ “อัญญาโกณฑัญญะรู้แล้วหนอ” องค์เดียว อีก ๔ ไม่รู้ สงสัยอะไร เทศนาว่าการจนปัญจวัคคีย์เป็นพระโสดาบันด้วยกันทั้งสิ้น แสดงอนัตตลักขณสูตรถึงเป็นพระอรหันต์ พระอรหันต์มีอะไรสงสัย
เวลาธมฺมสากจฺฉาไง นี่ไง ถ้าจะมีคุณธรรมมันต้องมีเหตุมีผล มันต้องมีที่มาที่ไป มันไม่ใช่จินตนาการ จินตนาการขนาดไหนมันก็เป็นเรื่องโลกๆ ไง
“เมื่อก่อนโกรธมากเลย เดี๋ยวนี้ไม่โกรธ”
ไม่โกรธเพราะมึงกินอิ่มแล้วไง หิวก็โกรธอีกแล้ว
เดี๋ยวนี้ไม่โกรธเลย ท้องป่อง ไม่โกรธ แต่อยู่นะ เดี๋ยวกูก็ล่อมึงเลย
“ไม่โกรธเลย ไม่โกรธ”
ไร้สาระ กิริยาภายนอกไร้สาระมาก
ต้นเหตุ มโนกรรม ความรู้สึกนึกคิดอันนั้น ต้นเหตุนั้นน่ะ สังโยชน์มันมัดอยู่นั่น แล้วสังโยชน์ เวลาสังโยชน์มันขาด ขาดอย่างไร
ขณะไง ถึงไม่กล้าพูด
“พวกเราไม่ต้องมีขณะก็ได้”
ถ้าไม่มีขณะก็กิเลสไง
เออ! ถ้ามีขณะ มึงเหลาอย่างไร มึงตัดอย่างไร มึงฆ่าอย่างไร มึงว่ามาสิ เออ! ถ้ามันเป็นข้อเท็จจริง เห็นไหม เพราะผู้ที่นิโรธ ผู้ที่ดับทุกข์เขามี จะพิจารณากาย พิจารณาเวทนา พิจารณาจิต พิจารณาธรรม เหมือนกัน อันใดอันหนึ่ง เวลาขาด ขาดเหมือนกัน
พิจารณากาย พิจารณาเวทนา พิจารณาจิต พิจารณาธรรม อะไรก็ได้ เวลามันขาด ขาดเหมือนกันหมด เวลาเหมือนกันเพราะอะไร
เหมือนกันเพราะว่า คนเป็นไข้แล้วหายจากไข้เหมือนกัน คนที่มีกิเลสแล้วกิเลสขาดไปจากใจเหมือนกัน เป็นอกุปปธรรม
อกุปปธรรม ไม่ใช่สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา พ้นจากความเป็น สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ในระดับนั้น แต่ในระดับที่ยกขึ้นสูงขึ้น ยังเป็นอยู่ จนถึงบุคคลคู่ที่ ๔ จบ ไม่มีสิ่งใดจะเพิ่มขึ้นและไม่มีสิ่งใดที่จะยุบยอบลง อกุปปธรรม อฐานะ เหนือวัฏฏะ เหนือโลก เป็นสัจจะเป็นความจริงจากผู้ที่ประพฤติปฏิบัติ
วันนี้วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นี่เป็นวันสำคัญ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เราเป็นสาวกสาวกะ สงฆ์เป็นผู้ที่ได้ยินได้ฟัง แล้วเราพยายามฝึกหัดปฏิบัติขึ้นมา ถ้าเป็นอริยสงฆ์ถึงเป็นรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
พระสงฆ์หมายถึงพระอริยบุคคล ไอ้เรามันสมมุติสงฆ์ สงฆ์ที่สมมุติขึ้นโดยอุปัชฌาย์อาจารย์ มีธรรมและวินัยเป็นเครื่องกางกั้น เป็นเครื่องตรวจสอบให้เราประพฤติปฏิบัติ ให้สัจจะความจริงเกิดขึ้นกับหัวใจดวงนั้น ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตามความเป็นจริง
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ชาวพุทธเขายังเคารพบูชา เราเป็นพระแท้ๆ จะต้องซาบซึ้ง ต้องเคารพบูชา แล้วถ้าเป็นสัจจะเป็นความจริงแล้ว มันเป็นเรื่องปกติ มันเป็นเรื่องปกติสุข มันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ขุดคุ้ย ไม่กระพือให้มันกระเทือน ให้กระทบกระเทือนใครทั้งสิ้น ถึงที่สุดแล้วปกติสุขในใจของตน เอวัง